ป.ป.ท.ลุยสอบปากคำพยาน คาดเงินคนจนถูกโกงพุ่ง5ล.

ป.ป.ท.เขต 8 ลุยสอบพยาน พบมีชาวบ้านถูกสวมสิทธิ์ และมีการโกงเงินคนจน 4 ราย จาก 40 ราย อีก 36 รายได้เงิน 2,000 บาท และให้เซ็นชื่อในกระดาษเปล่า คาดวงเงินคนจนถูกโกงพุ่งสูงถึง 5 ล้านบาท จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่พบการทุจริตเงินคนยากไร้ หลังพบที่ จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ ล่าสุดเจอที่ จ.สุราษฎร์ธานี

โดยใช้วิธีให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นชื่อในเอกสารเปล่าตอนอบรมการเดินไฟฟ้าในอาคาร จากนั้นนำไปเบิกเงิน ขณะที่ชาวบ้านเองได้เงินไม่ครบ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ก.พ.ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชลคราม อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่สอบสวน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  (ป.ป.ท.) เขต 8 เข้าสอบสวนปากคำชาวบ้านในพื้นที่ ต.ชลคาม อ.ดอนสัก จำนวน 46 ราย ซึ่งปรากฏชื่อเป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง จาก ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สุราษฎร์ธานี  และในพื้นที่ ต.ปากแพรก อีก 50 ปาก โดยการลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นการสอบปากคำพยานบุคคลเพื่อยืนยันความถูกต้องของพยานเอกสารตามการสุ่มตรวจของ ป.ป.ท.

นายอังกูร  ปัญญาจิรภาส หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวน ป.ป.ท.เขต 8 กล่าวว่า ในการสอบสวนปากคำพยานกลุ่มแรกของ ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จำนวน 40 ปาก พบว่าเป็นการสวมชื่อใช้สิทธิ์โดยเจ้าตัวไม่ทราบ  และไม่มีการลงลายมือชื่อ  4 ราย ส่วนอีก 36 ราย ได้รับเงินคนละ 2,000 บาท และลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงินที่เป็นกระดาษเปล่า ที่ภายหลังระบุรับเงินจำนวน 3,000 บาท จำนวน 36 ราย โดยหลังจากนี้ ชุดสืบสวน ป.ป.ท.เขต 8 จะสุ่มพื้นที่เข้าสอบสวนให้ครบทุกอำเภอ รวมถึงสุ่มตัวอย่างใน จ.อื่น ในเขต ป.ป.ท. เขต 8 และจะสรุปสำนวนการเสาะหาข้อเท็จจริง เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท.เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไปภายในเดือน มี.ค. นี้

ข่าวแจ้งว่า ในการสอบสวนปากคำพยานของ ป.ป.ท.เขต 8 พบว่าศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.สุราษฎร์ธานีเบิกจ่ายงบประมาณสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง ประจำปี งบประมาณ 2560 ในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 10,530,000 บาท  หรือต้องมีผู้รับการสงเคราะห์ตามใบสำคัญจ่ายเงินจำนวน 3,000 บาท ทั้งสิ้น 3,510 คน และหากร้อยละ 80 ได้รับเงิน คนละ 2,000 บาท จะใช้เงินงบประมาณเพียง 5,616,000 บาท เท่านั้น และเงินส่วนต่างที่เบิกจ่ายจำนวน 4,914,000 บาท ถูกทุจริตไปโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเบื้องต้นพบชื่อผู้เกี่ยวข้องแล้ว จำนวน 5 ราย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews